กลับ

รายละเอียดสถานที่

วัดธรรมิกราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

- คะแนนเฉลี่ย
1,308 เข้าชม
0 รีวิว

รายละเอียด

ถ้าพูดถึงวัดที่มี "พลังงาน" บางอย่างที่สัมผัสได้ทันทีที่ก้าวเข้าไปในเขตวัด วัดธรรมิกราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือที่สุดแห่งหนึ่งครับ วัดนี้ไม่ใช่แค่โบราณสถาน แต่เป็นที่รวมของตำนานความรักที่โศกเศร้า พลังอำนาจของกษัตริย์ และเรื่องเล่าลี้ลับที่ทำให้หลายคนไม่กล้าสบตากับรูปปั้นสิงห์ในยามค่ำคืน
วัดธรรมิกราชสันนิษฐานว่าสร้างมาแล้ว ประมาณ 700-800 ปี โดยเป็นวัดที่สร้างขึ้น ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี (พ.ศ. 1893)

นี่คือเรื่องราวครบทุกมิติของวัดธรรมิกราชครับ

1. ประวัติและตำนานการสร้าง (ก่อนกรุงศรีอยุธยา)
วัดธรรมิกราชมีความพิเศษตรงที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้น ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา เสียอีกครับ

ตำนานพญาธรรมิกราช: เล่าว่า พญาธรรมิกราช พระราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น ณ บริเวณที่เคยเป็นเมืองเก่าที่ชื่อว่า "เมืองอโยธยา"

วัดหลวง: ในสมัยอยุธยา วัดนี้ถือเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นสถานที่ที่พระมหากษัตริย์จะเสด็จมาฟังธรรมในวันพระ และเป็นที่เก็บรักษา "พระธรรม" สำคัญของอาณาจักร

2. ความเชื่อ: "สิงห์ล้อม" และพลังแห่งการปกป้อง
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดนี้คือ วิหารหลวงที่มีรูปปั้นสิงห์ล้อมรอบ (ซึ่งปกติวัดในอยุธยาจะนิยมใช้ช้างล้อม)

สิงห์ปูนปั้น: มีสิงห์ล้อมรอบถึง 52 ตัว เป็นศิลปะแบบบายน (ขอม) ผสมผสานไทย

ความเชื่อ: ชาวบ้านเชื่อว่าสิงห์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงปูนปั้น แต่มี "วิญญาณของผู้พิทักษ์" สถิตอยู่ เพื่อคอยปกป้องของมีค่าและพระธรรมที่ฝังอยู่ใต้ดิน ใครที่คิดจะมาขโมยของโบราณที่นี่มักจะต้องเจอกับ "อาถรรพ์สิงห์คำราม" จนต้องหนีเตลิดไปทุกราย

3. พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์: "พระนอน" และ "เศียรพระธรรมิกราช"
พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน): ตั้งอยู่ในวิหารทางทิศเหนือ มีตำนานว่าหากใครเจ็บป่วยให้มาขอ "น้ำพระพุทธมนต์" ที่ล้างพระบาทของพระนอนไปลูบไล้บริเวณที่เจ็บป่วย อาการจะทุเลาอย่างน่าอัศจรรย์

เศียรพระเจ้าธรรมิกราช: เคยมีการขุดพบเศียรพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ยักษ์ที่นี่ (ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา) ซึ่งเศียรนี้มีใบหน้าที่ ดุและน่าเกรงขามมาก จนมีคำกล่าวว่าเหมือนท่านกำลังจ้องมองพฤติกรรมของผู้ที่เข้ามาในวัดตลอดเวลา

4. ความหลอนและเรื่องลี้ลับ (The Spooky Side)
วัดธรรมิกราชขึ้นชื่อเรื่องความ "วังเวง" โดยเฉพาะในช่วงโพล้เพล้ครับ:

เศียรพระในบ่อน้ำ: เล่ากันว่าในอดีตเคยมีบ่อน้ำโบราณภายในวัดที่มีเศียรพระพุทธรูปจมอยู่ มีคนเคยพยายามจะดึงขึ้นมา แต่กลับเห็น "ดวงตาทอแสง" จากใต้พรมน้ำ และยินเสียงคร่ำครวญดังก้องขึ้นมาจนต้องล้มเลิก

ทหารเฝ้าวิหารสิงห์: นักท่องเที่ยวและคนเฝ้าโบราณสถานบางคนเคยเล่าว่า ในคืนมืดๆ มักจะเห็นเงาร่างของ "นักรบโบราณ" ยืนพิงอยู่ตามเสาวิหารที่หักพัง หรือบางครั้งเห็นเงานั่งอยู่บนหลังสิงห์ปูนปั้น เหมือนยังคงทำหน้าที่เฝ้ายามไม่ยอมไปไหน

เสียงสวดมนต์กระซิบ: ในวิหารพระนอนที่เงียบสงัด บางคนจะได้ยินเสียงเหมือนคนจำนวนมากกำลังสวดมนต์พึมพำเป็นภาษาที่ไม่คุ้นหู แต่เมื่อมองไปรอบๆ กลับไม่มีใครอยู่เลย

เกร็ดน่ารู้: วัดนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่วัดที่ไม่ได้ถูกเผาทำลายจนหมดสิ้นในคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ทำให้เรายังพอเห็นร่องรอยความรุ่งเรืองและรับรู้ได้ถึง "มนต์ขลัง" ที่ยังคงอบอวลอยู่

ถ้าคุณไปเยือนวัดธรรมิกราช ผมแนะนำให้ลองเดินไปที่ "ฐานวิหารหลวง" แล้วมองย้อนกลับมาที่กลุ่มสิงห์ดูครับ คุณจะรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากทุกทิศทาง... เป็นความรู้สึกที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และชวนขนลุกในเวลาเดียวกันครับ

Credit : Google
Credit : https://th.wikipedia.org/ by Stefan Fussan

ตำแหน่งที่ตั้ง

35 หมู่ที่ 3 ถ. อู่ทอง ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 ประเทศไทย
นำทาง

เจ้าของสถานที่

เขียนรีวิว

รีวิวจากผู้เยี่ยมชม

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!

×
สำเร็จ!
รีวิวของคุณถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว

เลือกแพ็คเกจ/กิจกรรม

รายละเอียดการจอง

ราคา ฿0