กลับ

รายละเอียดสถานที่

เกาะดอนสวรรค์

ป่าลึกลับ
- คะแนนเฉลี่ย
276 เข้าชม
0 รีวิว

รายละเอียด

เกาะดอนสวรรค์ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดกลางบึงหนองหาร จังหวัดสกลนคร พื้นที่กว่า 100 ไร่นี้ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่เป็นดินแดนที่ "ลมหายใจของตำนาน" ยังคงอยู่ครับ

ตำนานที่เกี่ยวกับเกาะดอนสวรรค์มีหลัก ๆ 2 เรื่องที่ชาวสกลนครนับถือและเล่าขานกันมาดังนี้:

1. ตำนานฟานด่อน (เก้งเผือก) และการถล่มเมืองหนองหารหลวง
นี่คือตำนานการกำเนิดหนองหารที่ชาวสกลนครคุ้นเคยที่สุด:

ความบาดหมาง: พระยาสุรอุทก กษัตริย์เมืองหนองหารหลวง มีความขัดแย้งกับ ธนมูนนาค (พญานาคผู้ปกครองแม่น้ำมูล)

แผนล่อลวง: ธนมูนนาคจึงแปลงกายเป็น ฟานด่อน (เก้งเผือก) ที่มีลักษณะสวยงามผิดปกติมาล่อให้พระยาสุรอุทกสั่งนายพรานไปล่า เมื่อล่าได้และนำเนื้อมาแบ่งกันกิน เนื้อฟานด่อนนั้นกลับเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์จนกินกันได้ทั้งเมือง

เมืองถล่ม: การกินเนื้อนาคที่แปลงกายมาถือเป็นบาปมหันต์ ในคืนนั้นเองพญานาคได้ยกไพร่พลมาถล่มเมืองหนองหารหลวงจนจมหายลงสู่ใต้บาดาล กลายเป็นบึงหนองหารกว้างใหญ่

ที่มาของเกาะ: เชื่อกันว่า เกาะดอนสวรรค์ คือพื้นที่ส่วนที่เหลือจากการถูกพญานาคถล่ม เป็นแผ่นดินที่รอดพ้นจากการจมน้ำมาได้นั่นเองครับ

2. ตำนานกระฮอกด่อน (ผาแดง-นางไอ่)
ในบางสำนวน ตำนานหนองหารล่มยังเชื่อมโยงกับเรื่อง ผาแดง-นางไอ่:

พญานาคที่ชื่อ ภังคี แปลงกายเป็น กระฮอกด่อน (กระรอกเผือก) เพื่อมาดูความงามของนางไอ่คำ แต่ถูกนายพรานยิงตาย และเนื้อถูกนำมาแจกจ่ายให้คนทั้งเมืองกิน จนเกิดเหตุการณ์พญานาคถล่มเมืองเช่นเดียวกัน

เกาะดอนสวรรค์ถูกมองว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่วิญญาณและความศรัทธาของบรรพบุรุษยังคงวนเวียนอยู่

3. มิติความลี้ลับและความเชื่อปัจจุบัน
แท่งศิลาแลงโบราณ: บนเกาะมีการพบฐานรากศิลาแลงโบราณ สันนิษฐานว่าเคยเป็นศาสนสถานขอมที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ทำให้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "เมืองลับแล" หรือวิญญาณทหารขอมที่คอยเฝ้าสมบัติอยู่ใต้เกาะ

ต้นตะเคียนคู่: มีความเชื่อเรื่องรุกขเทวดาและเจ้าที่ที่ดุมาก คนโบราณมักเตือนว่าใครที่ไปที่เกาะแล้วทำกิริยาไม่เหมาะสม หรือพยายามนำก้อนหิน/ของจากเกาะกลับบ้าน มักจะเจอดีหรือเจ็บป่วยอย่างหาสาเหตุไม่ได้

จุดรับพลังพญานาค: สายมูหลายคนเชื่อว่าเกาะดอนสวรรค์คือ "จุดกึ่งกลาง" ที่เชื่อมต่อกับโลกบาดาล มักนิยมล่องเรือไปขอพรเรื่องโชคลาภและการหลุดพ้นจากอุปสรรค

ข้อควรทราบหากจะไปเยือน:
การเดินทาง: ต้องล่องเรือจากท่าเรือสระพังทอง หรือท่าเรือต่าง ๆ รอบหนองหาร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20-30 นาที

ความสงบ: บนเกาะไม่มีบ้านเรือนคนอาศัย มีเพียงวัดป่าดอนสวรรค์และป่าไม้ที่หนาแน่น บรรยากาศจะเงียบสงัดและดูขลังมากครับ

เกร็ดน่าสนใจ: ปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์เกาะดอนสวรรค์ให้เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ไม่ให้มีการออกโฉนดหรือบุกรุก เพื่อรักษา "ปอด" และ "ตำนาน" ของไทสกลไว้ครับ

บนเกาะดอนสวรรค์มี "โบสถ์ร้าง" ที่เป็นจุดดึงดูดความสนใจของผู้ที่ชื่นชอบเรื่องลี้ลับและประวัติศาสตร์จริงครับ ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า โบสถ์เก่าดอนสวรรค์ หรือบางส่วนเป็นร่องรอยของ สิมเก่า

ประวัติความเป็นมา:
ยุคโบราณ: ร่องรอยเดิมที่พบเป็นศิลาแลง สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานในวัฒนธรรมขอม (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18) ซึ่งแสดงว่าเกาะนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มานับพันปีแล้ว

ยุคสร้างโบสถ์: โบสถ์ร้างที่เห็นในปัจจุบัน (ที่เป็นผนังปูนหรือก่ออิฐ) เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในยุคหลัง (ประมาณหลายสิบปีก่อน) เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของวัดป่าดอนสวรรค์ แต่เนื่องจากการเดินทางที่ลำบากในช่วงหน้ามืดหรือน้ำหลาก และการดูแลที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ถูกทิ้งร้างไปในที่สุด

ตำนานและเรื่องเล่าลี้ลับ:
ตำนาน "หลวงพ่อดอนสวรรค์" และการย้ายของ: เล่ากันว่ามีคนเคยพยายามจะย้ายพระพุทธรูปหรือสิ่งของมีค่าออกจากเกาะ แต่เมื่อนำเรือออกมาได้ไม่ไกลมักจะเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์ดับกลางหนองหาร หรือเกิดพายุหมุนกะทันหัน จนต้องนำของกลับไปคืนที่เดิม

เสียงสวดมนต์ในความเงียบ: นักตกปลาหรือชาวบ้านที่พายเรือผ่านเกาะดอนสวรรค์ในยามค่ำคืน มักเล่าว่าได้ยินเสียงคล้ายคนสวดมนต์ดังมาจากบริเวณโบสถ์ร้าง ทั้งที่บนเกาะไม่มีพระจำวัดอยู่ หรือบางครั้งเห็นแสงไฟวูบวาบเคลื่อนที่ไปมาท่ามกลางแมกไม้

เมืองลับแล: มีความเชื่อว่าบริเวณโบสถ์ร้างคือทางเข้า-ออกของ "เมืองลับแล" ที่ทับซ้อนอยู่กับพื้นที่เกาะ คนที่มีบุญบารมีเท่านั้นถึงจะเห็นเมืองที่สวยงามซ่อนอยู่หลังซากปรักหักพังนั้น

อาถรรพ์การลบหลู่: มีเรื่องเล่าอุทาหรณ์ถึงวัยรุ่นที่ขึ้นไปบนเกาะแล้วทำกิริยาไม่สุภาพ หรือขีดเขียนฝาผนังโบสถ์ร้าง กลับมาแล้วเจ็บป่วยหนัก หรือฝันเห็นชายร่างใหญ่ตัวดำนุ่งโจงกระเบน (เชื่อว่าเป็นเทวดารักษาเกาะ) มายืนจ้องหน้าด้วยความโกรธแค้น

บรรยากาศปัจจุบัน:
โบสถ์ร้างแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยรากไม้และต้นไม้ใหญ่ ทำให้ดูขลังและวังเวงในเวลาเดียวกัน สายมูบางกลุ่มนิยมไปนั่งสมาธิหรือขอพรในบริเวณนี้เพราะเชื่อว่ามีพลังงานเข้มข้นที่สุดบนเกาะครับ

ข้อควรระวัง: หากจะเดินทางไปชมโบสถ์ร้าง ควรไปกับคนในพื้นที่และกลับก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะทางเดินบนเกาะค่อนข้างรกและอาจหลงทางได้ง่ายครับ

Credit : Google
Credit : https://www.sanook.com/travel/1406781/

ตำแหน่งที่ตั้ง

55JQ+MXF ตำบล งิ้วด่อน อำเภอเมืองสกลนคร สกลนคร 47000 ประเทศไทย
นำทาง

เจ้าของสถานที่

เขียนรีวิว

รีวิวจากผู้เยี่ยมชม

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!

×
สำเร็จ!
รีวิวของคุณถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว

เลือกแพ็คเกจ/กิจกรรม

รายละเอียดการจอง

ราคา ฿0