รายละเอียดสถานที่
อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี
ป่าลึกลับรายละเอียด
อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและเต็มไปด้วยเรื่องราวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ความเชื่อทางวัฒนธรรม และตำนานของพรรณไม้หายากครับ
นี่คือเรื่องราวตำนานและจุดเด่นที่น่าสนใจของที่นี่:
1. ตำนาน "ย่านดาโอ๊ะ" หรือ "ใบไม้สีทอง"
นี่คือ "Unseen" ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเทือกเขาบูโดครับ
ใบไม้มงคล: ชาวบ้านท้องถิ่น (ชาวไทยมุสลิม) เรียกพืชชนิดนี้ว่า "ย่านดาโอ๊ะ" มีตำนานความเชื่อว่าเป็นใบไม้มงคลที่นำโชคลาภและความร่มเย็นมาสู่ผู้ครอบครอง
ความอัศจรรย์ของสี: ใน 1 ปี ใบจะเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สี คือ สีนาค สีเงิน และสีทอง (ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมจะสวยที่สุด)
หนึ่งเดียวในโลก: ถูกค้นพบครั้งแรกที่น้ำตกปาโจ ภายในอุทยานแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2531 และเชื่อกันว่าในอดีตป่าแห่งนี้คือสถานที่เดียวในโลกที่พรรณไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีที่สุด
2. ตำนานรอยพระบาทและจารึกประวัติศาสตร์ (น้ำตกปาโจ)
น้ำตกปาโจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯ มีตำนานความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นหนา:
รอยจารึก ภปร.: ที่โขดหินหน้าทางเข้าน้ำตก มีการจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสและเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ ที่แห่งนี้ ชาวบ้านจึงถือว่าน้ำตกปาโจคือสถานที่ที่เป็นมงคลยิ่ง
พลับพลาที่ประทับ: มี ศาลาธารทัศน์ ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองนราธิวาสในอดีต
3. ตำนาน "ขุมทรัพย์ทองคำ" แห่งเทือกเขาบูโด
มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่าเทือกเขาบูโดเป็นแหล่งสะสมของแร่ธาตุล้ำค่า
ร่อนทอง: ชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนยังมีวิถีชีวิตการ "ร่อนทอง" ตามลำธารที่ไหลมาจากเทือกเขาบูโด โดยเชื่อกันว่าสายน้ำได้พัดพาเอาทองคำจากลึกเข้าไปในขุนเขาออกมา ซึ่งเป็นวิถีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ดินแดนลี้ลับ: ในอดีตป่าบูโดถูกมองว่าเป็น "ป่าอาถรรพ์" ที่มีความสลับซับซ้อนและมีโจรผู้ร้ายหรือกลุ่มผู้มีความคิดเห็นต่างหลบซ่อนตัวอยู่ ทำให้เกิดเรื่องเล่าลี้ลับเกี่ยวกับผู้ที่เข้าไปในป่าลึกแล้วหาทางออกไม่พบ หรือพบเจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
4. สัตว์ในตำนานและการอนุรักษ์
อุทยานแห่งนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากที่แทบจะกลายเป็นตำนานไปแล้ว เช่น นกเงือก (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคง) และสัตว์ป่าหายากอย่าง สมเสร็จ และ ชะนีมือดำ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ป่าไม้
จุดไฮไลท์ที่ต้องไปชม:
น้ำตกปาโจ: น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีหน้าผาสูงชันและสวยงามที่สุดในนราธิวาส
ชมใบไม้สีทอง: เดินศึกษาธรรมชาติเพื่อชมใบไม้ที่ส่องประกายสีทองตัดกับป่าเขียวขจี
ชมทะเลหมอก: ในช่วงเช้าบนยอดเขาบูโดสามารถมองเห็นทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ภาคเหนือเลยครับ
ที่เที่ยวธรรมชาติ สวยอลังการกลางป่า นราธิวาส ณ น้ำตกปาโจ
น้ำตกปาโจ ตั้งอยู่ใน ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของผืนป่าบูโด มีน้ำไหลกันตลอดทั้งปีเลย ซึ่งน้ำตกของที่นี่จะมีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน ในชั้นแรกจะมีขนาดใหญ่และสวยงดงามที่สุด เป็นความสวยของสายน้ำที่ไหลจากลานผาหินกว้าง สูงถึง 60 เมตร ก่อนจะลงสู่แอ่งน้ำใหญ่นั่นเองค่ะ
แต่ถ้าอยากมาในช่วงที่สวยที่สุดเลย ก็ต้องมาในช่วงหน้าฝน เดือนพฤษภาคมไปจนถึงธันวาคมค่ะ เพราะ น้ำตกปาโจ จะยิ่งสวยงามมาก และสภาพป่าก็จะเขียวชอุม เป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์มากๆ มีพันธุ์ไม้มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กะลอ หลุมพอ หวาย ปาล์ม รวมไปถึงสัตว์ต่างๆ ที่พบเห็นได้ง่ายเลย ก็จะมี ค่างแว่นถิ่นใต้ นกกาฝากท้องสีส้ม เป็นต้นค่ะ
ภายในบริเวณของน้ำตกก็จะมีการทำทางเดินให้ได้เดินกันแบบสะดวกสบายเลยค่ะ อีกทั้งยังมี จุดพักชมวิว สะพานไม้ทางเดินสวยๆ ให้ได้แชะภาพกันอีกด้วย พอเราเดินมาถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 นั้นจะสังเกตเห็น ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ จารึกลายพระหัตถ์พระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และพระนามาภิไธยสิริกิติ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินี ด้วยค่ะ เป็นที่ระลึกว่าเคยเสด็จฯ มายัง น้ำตกปาโจ นั่นเอง
นอกจากนั้นที่ น้ำตกปาโจ แห่งนี้ มีความอันซีนจากธรรมชาติด้วย เพราะมี ย่านดาโอ๊ะ หรือที่เรียกว่า ใบไม้สีทอง พันธุ์ไม้ที่ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกที่นี่ของโลกเลย เมื่อปี พ.ศ. 2531 ค่ะ ซึ่งลักษณะของใบจะปกคลุมด้วยขนกำมะหยี่ มีสีทองหรือสีทองแดงเหลือบๆ เป็นประกายสวยงามเมื่อแสงส่องถึง สามารถมองเห็นได้จากไกลๆ เลยค่ะ จะอยู่ที่ด้านหน้าของน้ำตกนี่เอง
สวยมากๆ เลยใช่ไหมคะ กับ น้ำตกปาโจ ของ นราธิวาส ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องธรรมชาติให้ความสนใจกันอย่างมากเลยนะคะ เพราะชั้นของน้ำตกนั้นสวยงามสุดๆ ไปเลย ใครอยากเที่ยวใต้ใตบรรยากาศใหม่ๆ แบบที่ไม่ใช่ที่เที่ยวดัง ก็ลองแวะมาเที่ยวนราธิวาสกันดูนะคะ
----------
อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นส่วนใต้สุดของเทือกเขาตะนาวศรีก่อนที่แนวเทือกเขาจะทอดตัวยาวเข้าไปในมาเลเซีย[3]
อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ 294 ตารางกิโลเมตร (114 ตารางไมล์) ครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี เป็นที่ตั้งของแนวเทือกเขาบูโด ส่วนหนึ่งของป่าฝนเขตร้อนอินโด-มลายูซึ่งมีความชื้นสูงและมีฝนตกตลอดทั้งปี ภายในอุทยานมีน้ำตกหลายแห่ง อาทิ น้ำตกภูแว น้ำตกปาโช และน้ำตกปาโก ซึ่งน้ำตกปาโชบนหน้าผาสูง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยคำว่า "ปาโช" ผันมาจากคำภาษามลายูที่แปลว่า "น้ำตก"
ขอบคุณบทความเเละรุปจาก : nukkpidet
Credit : Google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/wQxaMv7Z6M1E
Credit : https://th.wikipedia.org/wiki/
ตำแหน่งที่ตั้ง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!