รายละเอียดสถานที่
วัดกุฎีดาว อยุธยา
รายละเอียด
วัดกุฎีดาว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดร้างที่ตั้งอยู่นอกเกาะเมือง (ฝั่งตะวันออก) ที่นอกจากจะมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลายที่สมบูรณ์มากแล้ว ยังเป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ความลี้ลับ" และตำนานปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในไทยครับ
นี่คือเรื่องราวและตำนานที่เล่าขานกันมาของวัดกุฎีดาว:
1. ตำนาน "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" และการสาปแช่ง
ตำนานที่โด่งดังที่สุดของวัดนี้เกิดขึ้นในช่วงหลังการเสียกรุงศรีอยุธยา และถูกตอกย้ำด้วยเหตุการณ์ในสมัยรัตนโกสินทร์:
เรื่องเล่าของขุนเฟื้อ: มีเรื่องเล่าว่าในอดีตมีข้าราชการท่านหนึ่งชื่อ "ขุนเฟื้อ" พยายามจะมาขุดสมบัติที่วัดแห่งนี้ตามลายแทง แต่กลับพบกับชายชรานุ่งห่มชุดขาว ร่างกายสูงใหญ่ ดูน่าเกรงขาม มาปรากฏกายให้เห็นและขัดขวางไม่ให้ขุด เชื่อกันว่านั่นคือ "ปู่โสม" หรือดวงวิญญาณของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าขุมทรัพย์ของแผ่นดิน
อาถรรพ์ผู้มาขุด: เล่ากันว่าใครก็ตามที่มาขุดสมบัติที่นี่โดยไม่มีสิทธิ์ หรือมาด้วยความโลภ มักจะมีอันเป็นไปหรือมีชีวิตที่วิบัติ ซึ่งเป็นที่มาของละครและนิยายชื่อดังเรื่อง "พิษสวาท" ที่ใช้บรรยากาศของวัดนี้เป็นแรงบันดาลใจครับ
2. ตำนานการสร้างที่คู่กับ "วัดมเหยงคณ์"
วัดกุฎีดาวมีความผูกพันกับวัดมเหยงคณ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างลึกซึ้ง:
พี่น้องสร้างวัด: ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า มีพี่น้องสองคนแข่งกันสร้างวัด พี่คนโตสร้างวัดมเหยงคณ์ น้องคนเล็กสร้างวัดกุฎีดาว
ชื่อวัด: เดิมชื่อ "วัดกุฎิทาว" (กุฎีของท่านทาว - ซึ่งเป็นชื่อของผู้น้อง) ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น "กุฎีดาว"
การบูรณะครั้งใหญ่: ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. 2254) ขณะที่ท่านยังทรงเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ได้ทรงบูรณะวัดนี้อย่างวิจิตรบรรจงที่สุด เพื่อใช้เป็นวัดประจำพระองค์
3. "ตำหนักกำมะเลียน" อาคารอาถรรพ์
ภายในวัดมีอาคาร 2 ชั้นที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เรียกว่า "ตำหนักกำมะเลียน" * ที่ประทับวังหน้า: เชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศขณะควบคุมการบูรณะวัด
ความลี้ลับ: เป็นจุดที่มีคนเล่าว่ามักพบเห็น "เงาดำ" หรือ "ความผิดปกติ" บ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นอาคารเก่าที่มีมนต์ขลังและเงียบสงัด
4. สถาปัตยกรรมที่สวยงามเกินตำนาน
หากตัดเรื่องลี้ลับออกไป วัดกุฎีดาวคือตัวแทนของความรุ่งเรืองในยุคสุดท้ายของอยุธยา:
ยอดเจดีย์ที่หักโค่น: เจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่ยอดหักตกลงมาข้างๆ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเสียหายจากสงครามและการเวลาได้อย่างเห็นภาพที่สุด
หน้าต่างโค้งรูปหัวบัว: เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายที่ดูอ่อนช้อยและงดงามมาก
พระอุโบสถวัดกุฎีดาว พระอุโบสถจะแอ่นคล้ายเรือสำเภา ซึ่งศิลปะแบบนี้จะเป็นเอกลักษณ์ที่นิยมทำกันในสมัยอยุธยาตอนปลาย มีความอ่อนช้อยงดงาม ซึ่งอีกหนึ่งจุดสังเกตคือหน้าต่างบางบานจะถูกก่อปิดเอาไว้ บางบานจะถูกเปิดไว้ (ในสมัยก่อนน่าจะเป็นบานหน้าต่างไม้) แต่ด้านในบริเวณหน้าต่างที่ก่อปิดจะเรียบเสมอไปกับผนังอุโบสถเลย อีกทั้งบริเวณด้านในยังมีเสาสูงขนาดมหึมาที่มีความสมบูรณ์อยู่บ้างให้เราได้เห็นความสวยงามของที่แห่งนี้
ข้อแนะนำเมื่อไปเยือน:
บรรยากาศ: วัดนี้มักจะเงียบกว่าวัดดังๆ ในเกาะเมือง ทำให้เดินชมได้อย่างสงบ แต่แนะนำให้ไปในช่วงที่มีแสงสว่าง (ไม่เกิน 17.00 น.) เพราะบรรยากาศจะค่อนข้างขลังและวังเวงครับ
พิกัด: อยู่ใกล้ๆ กับวัดมเหยงคณ์ และไม่ไกลจากตลาดน้ำอโยธยาครับ
Credit : google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/yv8yJZDEwE0G
Credit : https://travel.trueid.net/detail/B9vzr2aVkAm9
ตำแหน่งที่ตั้ง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!