กลับ
รายละเอียดสถานที่
วัดพระเหลาเทพนิมิต อำนาจเจริญ
รายละเอียด
วัดพระเหลาเทพนิมิต ตั้งอยู่ที่อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นวัดที่ได้รับฉายาว่าประดิษฐาน "พระพุทธชินราชแห่งภาคอีสาน" เนื่องจากองค์พระประธานมีความงดงามตามศิลปะล้านช้างที่หาชมได้ยากครับ
วัดพระเหลาเทพนิมิต หรือ เดิมชื่อวัด ศรีโพธิ์ชยารามคามวดี วัดที่มีสถาปัตยะกรรมแบบลาว สร้างโดยช่างจากเวียงจันทร์เมื่อ 300 กว่าปีก่อน พระประทานที่นี่มีชื่อว่าพระเหลาที่มีรูปทรงเกลี้ยงเกลาสัดส่วนงดงาม จนมีชื่อเสียงเลื่องลือในสมัยก่อนว่าสวยประดุจเทพสร้าง โดยที่ปัจจุบันนี้พระอุโบสถได้รับการบูรณะสร้างความแข็งแรงให้มากขึ้นแต่ก็ยังเก็บรายละเอียดและคงการตกแต่งส่งต่อจากสมัยก่อน เพิ่มจิตกรรมฝาผนังจากทองคำเปลวแท้ๆ
นี่คือเรื่องราวและตำนานที่น่าสนใจของวัดแห่งนี้:
1. ตำนานการสร้าง: "เทวดาลงมาช่วยเหลา"
จุดเด่นที่สุดคือองค์ พระเหลาเทพนิมิต พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก ผิวพรรณขององค์พระมีความเกลี้ยงเกลาได้สัดส่วนจนน่าอัศจรรย์
ที่มาของชื่อ: คำว่า "เหลา" มาจากลักษณะขององค์พระที่ดูราวกับถูกเหลาหรือเกลาด้วยฝีมือที่ละเอียดประณีตเกินกว่ามนุษย์จะทำได้
ตำนานเทพนิมิต: มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในขณะที่ช่างกำลังปั้นองค์พระอยู่นั้น ได้มี เทวดาแปลงกาย ลงมาช่วยเหลาและตกแต่งองค์พระจนมีความงดงามไร้ที่ติ เมื่อสร้างเสร็จเทวดาองค์นั้นก็หายตัวไป ชาวบ้านจึงถวายนามว่า "พระเหลาเทพนิมิต" (พระที่เทวดาเนรมิตหรือช่วยเหลาขึ้นมา)
2. ประวัติศาสตร์ยุคพระเจ้าท้ายสระ
วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2254 (ตรงกับสมัยพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา) โดยพระครูธิ พร้อมด้วยลูกศิษย์คือภิกษุแก้วและภิกษุอิน เดิมมีชื่อว่า "วัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี" ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อตามนามของพระประธานเพื่อให้เป็นสิริมงคล
3. ตำนานความศักดิ์สิทธิ์และแสงประหลาด
ลำแสงในคืนวันพระ: ชาวบ้านในพื้นที่เล่าขานกันว่า ในคืนวันพระที่เงียบสงัด บางครั้งจะปรากฏ ลำแสงสว่างจ้า พุ่งออกมาจากพระอุโบสถลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์จากองค์พระเหลา
ความเชื่อเรื่องโชคลาภ: ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้มีความสุขสบาย เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้บังคับบัญชา และเสริมวาสนาบารมี โดยเฉพาะข้าราชการที่มักจะมาขอพรเรื่องความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
4. สถาปัตยกรรม "สิม" ทรงล้านช้าง
ตัวพระอุโบสถ (หรือที่อีสานเรียกว่า สิม) มีลักษณะเด่นคือเป็นการผสมผสานศิลปะล้านช้างกับล้านนาเข้าด้วยกัน หน้าบันไม้แกะสลักรูปราหูกลีนจันทร์และลวดลายพรรณพฤกษาที่วิจิตรบรรจง สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของศิลปกรรมในลุ่มน้ำโขงสมัยโบราณ
แวะไหว้ท้าวเวสสุวรรณบริเวณหน้าด้านวัดก่อนจะกลับ
เกร็ดน่ารู้สำหรับการไปเยือน:
เทศกาลสำคัญ: งานนมัสการและปิดทองพระเหลาเทพนิมิต จะจัดขึ้นในช่วง วันเพ็ญเดือนสาม (วันมาฆบูชา) ของทุกปี ซึ่งจะมีพุทธศาสนิกชนนำ "ปราสาทผึ้ง" มาถวายตามประเพณีโบราณ
หากคุณมีโอกาสได้ไป ผมแนะนำให้สังเกต "นิ้วพระหัตถ์" ขององค์พระนะครับ จะเห็นว่าเรียวยาวสวยงามมากจนดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ
Credit : google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/2Rwd9d2aXwqo
วัดพระเหลาเทพนิมิต หรือ เดิมชื่อวัด ศรีโพธิ์ชยารามคามวดี วัดที่มีสถาปัตยะกรรมแบบลาว สร้างโดยช่างจากเวียงจันทร์เมื่อ 300 กว่าปีก่อน พระประทานที่นี่มีชื่อว่าพระเหลาที่มีรูปทรงเกลี้ยงเกลาสัดส่วนงดงาม จนมีชื่อเสียงเลื่องลือในสมัยก่อนว่าสวยประดุจเทพสร้าง โดยที่ปัจจุบันนี้พระอุโบสถได้รับการบูรณะสร้างความแข็งแรงให้มากขึ้นแต่ก็ยังเก็บรายละเอียดและคงการตกแต่งส่งต่อจากสมัยก่อน เพิ่มจิตกรรมฝาผนังจากทองคำเปลวแท้ๆ
นี่คือเรื่องราวและตำนานที่น่าสนใจของวัดแห่งนี้:
1. ตำนานการสร้าง: "เทวดาลงมาช่วยเหลา"
จุดเด่นที่สุดคือองค์ พระเหลาเทพนิมิต พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก ผิวพรรณขององค์พระมีความเกลี้ยงเกลาได้สัดส่วนจนน่าอัศจรรย์
ที่มาของชื่อ: คำว่า "เหลา" มาจากลักษณะขององค์พระที่ดูราวกับถูกเหลาหรือเกลาด้วยฝีมือที่ละเอียดประณีตเกินกว่ามนุษย์จะทำได้
ตำนานเทพนิมิต: มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในขณะที่ช่างกำลังปั้นองค์พระอยู่นั้น ได้มี เทวดาแปลงกาย ลงมาช่วยเหลาและตกแต่งองค์พระจนมีความงดงามไร้ที่ติ เมื่อสร้างเสร็จเทวดาองค์นั้นก็หายตัวไป ชาวบ้านจึงถวายนามว่า "พระเหลาเทพนิมิต" (พระที่เทวดาเนรมิตหรือช่วยเหลาขึ้นมา)
2. ประวัติศาสตร์ยุคพระเจ้าท้ายสระ
วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2254 (ตรงกับสมัยพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา) โดยพระครูธิ พร้อมด้วยลูกศิษย์คือภิกษุแก้วและภิกษุอิน เดิมมีชื่อว่า "วัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี" ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อตามนามของพระประธานเพื่อให้เป็นสิริมงคล
3. ตำนานความศักดิ์สิทธิ์และแสงประหลาด
ลำแสงในคืนวันพระ: ชาวบ้านในพื้นที่เล่าขานกันว่า ในคืนวันพระที่เงียบสงัด บางครั้งจะปรากฏ ลำแสงสว่างจ้า พุ่งออกมาจากพระอุโบสถลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์จากองค์พระเหลา
ความเชื่อเรื่องโชคลาภ: ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้มีความสุขสบาย เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้บังคับบัญชา และเสริมวาสนาบารมี โดยเฉพาะข้าราชการที่มักจะมาขอพรเรื่องความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
4. สถาปัตยกรรม "สิม" ทรงล้านช้าง
ตัวพระอุโบสถ (หรือที่อีสานเรียกว่า สิม) มีลักษณะเด่นคือเป็นการผสมผสานศิลปะล้านช้างกับล้านนาเข้าด้วยกัน หน้าบันไม้แกะสลักรูปราหูกลีนจันทร์และลวดลายพรรณพฤกษาที่วิจิตรบรรจง สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของศิลปกรรมในลุ่มน้ำโขงสมัยโบราณ
แวะไหว้ท้าวเวสสุวรรณบริเวณหน้าด้านวัดก่อนจะกลับ
เกร็ดน่ารู้สำหรับการไปเยือน:
เทศกาลสำคัญ: งานนมัสการและปิดทองพระเหลาเทพนิมิต จะจัดขึ้นในช่วง วันเพ็ญเดือนสาม (วันมาฆบูชา) ของทุกปี ซึ่งจะมีพุทธศาสนิกชนนำ "ปราสาทผึ้ง" มาถวายตามประเพณีโบราณ
หากคุณมีโอกาสได้ไป ผมแนะนำให้สังเกต "นิ้วพระหัตถ์" ขององค์พระนะครับ จะเห็นว่าเรียวยาวสวยงามมากจนดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ
Credit : google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/2Rwd9d2aXwqo
ตำแหน่งที่ตั้ง
MVG3+QH ตำบล พนา อำเภอ พนา อำนาจเจริญ 37180 ประเทศไทย
นำทาง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนเขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
เข้าสู่ระบบ
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!