รายละเอียดสถานที่
Solheimasandur Plane Wreck (ซากเครื่องบินโซลเฮมาซานดูร์)
รายละเอียด
หากคุณเคยเห็นภาพถ่ายซากเครื่องบินสีขาวโพลน ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางทะเลทรายสีดำสนิทราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ไซไฟ นั่นคือ Solheimasandur Plane Wreck (ซากเครื่องบินโซลเฮมาซานดูร์) แห่งเกาะไอซ์แลนด์ครับ
สถานที่แห่งนี้ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ทางทหารที่น่าทึ่ง และความงามแบบโพสต์-อะพอกาลิปติก (Post-Apocalyptic) จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ลึกลับและมีเสน่ห์ที่สุดในโลก
📜 ประวัติศาสตร์: วันที่ฟ้าเยือกแข็ง (21 พฤศจิกายน 1973)
ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น สหรัฐอเมริกามีฐานทัพตั้งอยู่ที่พอร์ตเคฟลาวิก (Keflavík) ในไอซ์แลนด์
เที่ยวบินมรณะ?: ในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516 เครื่องบินขนส่งของกองทัพเรือสหรัฐฯ รุ่น Douglas C-117D (มักถูกเรียกติดปากว่า Super DC-3) กำลังบินกลับจากภารกิจส่งเสบียงที่เมืองเฮิฟน์ (Höfn)
เผชิญพายุ: ระหว่างทางเครื่องบินต้องเจอกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง อุณหภูมิดิ่งลงถึง -10 องศาเซลเซียส ลมกระโชกแรง และเกิดน้ำแข็งเกาะที่ปีกและเครื่องยนต์อย่างหนักจนเครื่องยนต์ดับลง
การตัดสินใจเสี่ยงชีวิต: นักบินผู้ช่วยในขณะนั้น (ซึ่งยังอยู่ระหว่างฝึกหัด) ตัดสินใจหักเลี้ยวเครื่องบินลงใต้เพื่อหวังจะลงจอดฉุกเฉินในมหาสมุทรแอตแลนติก เพราะหากชนเข้ากับภูเขาจะไม่มีใครรอด แต่เมื่อทะลุกลุ่มหมอกหนาลงมา สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ทะเล แต่เป็น "ชายหาดสีดำที่กลายเป็นน้ำแข็ง" ที่ดูกว้างใหญ่ราวกับพื้นผิวดวงจันทร์
✨ ปาฏิหาริย์บนหาดทรายดำ: ไม่มีผู้เสียชีวิต!
นี่คือข้อเท็จจริงที่มักจะหักมุมความรู้สึกของคนฟังเสมอครับ เพราะสภาพซากเครื่องบินที่พังยับเยินขนาดนี้ หลายคนคิดว่าต้องเป็นโศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตยกลำแน่ๆ แต่ความจริงแล้ว...
"ลูกเรือทั้ง 7 คนรอดชีวิตทั้งหมดอย่างปาฏิหาริย์" และแทบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรงเลยด้วยซ้ำ หนึ่งในลูกเรือถึงกับเคยให้สัมภาษณ์ขำๆ ว่า "มันเป็นการลงจอดที่นุ่มนวลและสบายที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย" หลังจากลงจอดได้เพียงหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของกองทัพก็มารับตัวพวกเขากลับไปอย่างปลอดภัย
🛸 ทำไมซากเครื่องบินยังถูกทิ้งไว้กว่า 50 ปี?
หลังจากเหตุการณ์นั้น กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งทีมเข้ามาถอดอุปกรณ์สื่อสารที่มีค่า เครื่องยนต์ และระบบนำทางที่สำคัญออกไปทั้งหมดจนเหลือแต่เปลือกอลูมิเนียม
ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้กู้ซากเครื่องบินกลับไป เป็นเพราะเครื่องบินรุ่นนี้กำลังจะถูกปลดระเบิดและเลิกผลิตพอดี ประกอบกับการขนย้ายซากเหล็กหนักกว่า 5 ตันออกจากหาดทรายที่ห่างไกลและเข้าถึงยากในยุคนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป กองทัพจึงเลือกที่จะ "ทิ้งมันไว้ตรงนั้น" ให้เป็นสมบัติของชาวนาที่เป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ไปโดยปริยาย
👻 ตำนานลี้ลับ และ "ความอันตรายที่แท้จริง"
แม้ว่าตัวเครื่องบินจะไม่มีประวัติคนตาย แต่สถานที่แห่งนี้ก็สร้างตำนานบทใหม่ขึ้นมาในยุคปัจจุบัน:
เอลฟ์และคนซ่อนตัว (Huldufólk): ชาวไอซ์แลนด์ท้องถิ่นบางกลุ่มมีความเชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตลี้ลับที่อาศัยอยู่ตามโขดหินและผืนทราย เล่ากันว่าเหตุที่ลูกเรือรอดตายมาได้ เป็นเพราะความคุ้มครองของเหล่านางฟ้าและคนซ่อนตัวแห่งโซลเฮมาซานดูร์
การจากไปของนักท่องเที่ยว: น่าเศร้าที่ความตายไม่ได้เกิดขึ้นจากเครื่องบินตก แต่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่พยายามเดินเท้าเข้าไปชมซากเครื่องบิน ในช่วงฤดูหนาวสภาพอากาศที่นี่จะเปลี่ยนไวมาก เกิดพายุหิมะพัดคลั่งจนมองไม่เห็นทาง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวหลงทิศและหนาวตาย (Exposure) ระหว่างทางเดินอยู่เนืองๆ (เช่น เหตุการณ์สะเทือนใจในปี 2020 ที่พบร่างนักท่องเที่ยวชาวจีนคู่หนึ่งเสียชีวิตไม่ไกลจากซากเครื่องบิน)
กระแส Pop Culture: ซากเครื่องบินนี้โด่งดังเป็นพลุแตกหลังจากที่ Justin Bieber มาถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง "I’ll Show You" (ในปี 2015) โดยมีฉากที่เขาไถสเก็ตบอร์ดบนหลังคาเครื่องบิน รวมถึงเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังบอลลีวูด ทำให้แฟนคลับหลั่งไหลมาตามรอยจนปัจจุบันทางเจ้าของที่ดินต้องสั่งห้ามขับรถเข้า และเปลี่ยนให้เดินเท้าแทน
🚶♂️ ข้อมูลสำหรับผู้ที่อยากไปเยือนในปัจจุบัน
การเดินทาง: ปัจจุบันห้ามนำรถขับเข้าไปที่ซากเครื่องบินเด็ดขาด (เพื่อป้องกันการทำลายหน้าดินทราย) คุณต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดริมถนนสายหลัก (Ring Road) แล้ว เดินเท้าเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร (ไป-กลับ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินรวมประมาณ 2 ชั่วโมง)
ทางเลือกใหม่: สำหรับคนไม่อยากเดิน ตอนนี้มีบริการรถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) จ่ายเงินแล้วนั่งรถเข้าไปถึงตัวเครื่องบินได้ในเวลา 15 นาทีครับ
คำเตือน: อย่าปีนขึ้นไปบนหลังคาเครื่องบิน เพราะซากเครื่องบินเก่าและผุพังมาก แผ่นอลูมิเนียมอาจบาดหรือถล่มลงมาได้ครับ
Credit : Google
Credit : wiki - Blair Fraser
Credit : wiki - eLaReF
ตำแหน่งที่ตั้ง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!