กลับ
รายละเอียดสถานที่
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี
รายละเอียด
อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี ไม่ได้มีแค่ความสวยงามระดับ Unseen Thailand เท่านั้นครับ แต่ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 300 ปี (ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย) ทำให้ที่นี่มี "เรื่องเล่าและตำนาน" ที่ผสมผสานระหว่างความศรัทธาและความมหัศจรรย์อยู่หลายแง่มุมครับ
1. ตำนาน "อาถรรพ์ยอดหอคอย" (ยุคสงคราม)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนริมน้ำจันทบูรเล่าต่อกันมาครับ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และกรณีพิพาทอินโดจีน โบสถ์นี้เกือบจะถูกทำลายหลายครั้ง
การพรางตา: มีตำนานเล่าว่าในช่วงที่มีการทิ้งระเบิด ยอดหอคอยแหลมสูงทรงกอทิกถูกสั่งให้ถอดออกเพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตของเครื่องบินรบ
ความลี้ลับ: ชาวบ้านเชื่อกันว่าในช่วงวิกฤตนั้น มี "รัศมีสีขาว" หรือหมอกประหลาดปกคลุมตัวโบสถ์ไว้ ทำให้เครื่องบินทิ้งระเบิดมองไม่เห็นเป้าหมาย และระเบิดที่ตกลงในบริเวณใกล้เคียงกลับไม่ระเบิด หรือพลาดเป้าไปอย่างน่าอัศจรรย์ จนเชื่อกันว่าเป็นบารมีของพระแม่มารีที่กางปีกปกป้องศิษย์ของท่านครับ
2. "แม่พระประดับพลอย" กับคำสาปแช่งที่กลายเป็นพร
องค์พระแม่มารีที่ประดับด้วยพลอยกว่า 200,000 เม็ด คือที่สุดของความศรัทธา
ตำนานการสร้าง: พลอยทั้งหมดไม่ใช่ของที่ทางวัดซื้อมา แต่มาจาก "หยาดเหงื่อและศรัทธา" ของชาวจันท์ที่ขุดพลอยได้แล้วนำมาถวาย
นัยยะลี้ลับ: เชื่อกันว่าพลอยแต่ละเม็ดมี "จิตวิญญาณ" ของคนขุดติดมาด้วย การนำมาประดับไว้ที่องค์พระแม่คือการสยบพลังธรรมชาติและเปลี่ยนให้เป็นพลังแห่งการคุ้มครอง เมืองจันทบุรีจึงกลายเป็นเมืองที่ร่มเย็นและเจริญรุ่งเรืองจากการค้าพลอยนับแต่นั้นมา
3. "สุสานใต้แท่นบูชา" (The Crypt)
ความลี้ลับที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ภายใต้พื้นโบสถ์ บริเวณใกล้แท่นบูชา
เรื่องเล่า: ตามธรรมเนียมของอาสนวิหารโบราณ บริเวณใต้โบสถ์จะเป็นที่ฝังร่างของพระสังฆราชและบาทหลวงผู้มีคุณูปการต่อวัดในอดีต
บรรยากาศ: แม้จะไม่มีเรื่องผีสางน่ากลัวแบบไทยๆ แต่ผู้ที่เข้าไปสวดมนต์ในช่วงค่ำคืนมักจะบอกว่ารู้สึกถึง "พลังงานที่สงบนิ่งและหนักแน่น" เหมือนมีผู้คอยเฝ้ามองและดูแลโบสถ์แห่งนี้อยู่ตลอดเวลา
4. ตำนานการย้ายถิ่นฐาน "ผู้ลี้ภัยสายเลือดนักสู้"
โบสถ์นี้เริ่มจากชาวเวียดนามที่หนีการเบียดเบียนศาสนามาลงเรือมาขึ้นฝั่งที่จันท์
ความเชื่อ: เล่ากันว่าในสมัยก่อน การสร้างโบสถ์ในต่างแดนท่ามกลางความขัดแย้งเป็นเรื่องยากมาก แต่มีเรื่องเล่าว่าทุกครั้งที่มีอุปสรรค จะมี "บุคคลปริศนา" หรือเหตุการณ์บังเอิญที่ทำให้การสร้างโบสถ์ดำเนินต่อไปได้เสมอ จนกลายเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในไทยในปัจจุบัน
มุมมองของผม: ความลี้ลับของโบสถ์นี้ไม่ได้มาในรูปแบบ "ความสยองขวัญ" เหมือนวัดปิตุลาฯ ครับ แต่มันคือ "ความศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขาม" ที่ทำให้คนทุกศาสนาที่เดินเข้าไปต้องสำรวมและสัมผัสได้ถึงความขลัง
ถ้าคุณจะไปที่นี่ ผมแนะนำให้ไปช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ส่องทะลุ "กระจกสี" (Stained Glass) เข้ามาครับ บรรยากาศจะเหมือนหลุดไปอยู่ในยุโรปยุคกลางเลยทีเดียว
ขอบคุณบทความและรูปจาก : เอิงเอย
Credit : google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/D9azxLy7JaD
1. ตำนาน "อาถรรพ์ยอดหอคอย" (ยุคสงคราม)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนริมน้ำจันทบูรเล่าต่อกันมาครับ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และกรณีพิพาทอินโดจีน โบสถ์นี้เกือบจะถูกทำลายหลายครั้ง
การพรางตา: มีตำนานเล่าว่าในช่วงที่มีการทิ้งระเบิด ยอดหอคอยแหลมสูงทรงกอทิกถูกสั่งให้ถอดออกเพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตของเครื่องบินรบ
ความลี้ลับ: ชาวบ้านเชื่อกันว่าในช่วงวิกฤตนั้น มี "รัศมีสีขาว" หรือหมอกประหลาดปกคลุมตัวโบสถ์ไว้ ทำให้เครื่องบินทิ้งระเบิดมองไม่เห็นเป้าหมาย และระเบิดที่ตกลงในบริเวณใกล้เคียงกลับไม่ระเบิด หรือพลาดเป้าไปอย่างน่าอัศจรรย์ จนเชื่อกันว่าเป็นบารมีของพระแม่มารีที่กางปีกปกป้องศิษย์ของท่านครับ
2. "แม่พระประดับพลอย" กับคำสาปแช่งที่กลายเป็นพร
องค์พระแม่มารีที่ประดับด้วยพลอยกว่า 200,000 เม็ด คือที่สุดของความศรัทธา
ตำนานการสร้าง: พลอยทั้งหมดไม่ใช่ของที่ทางวัดซื้อมา แต่มาจาก "หยาดเหงื่อและศรัทธา" ของชาวจันท์ที่ขุดพลอยได้แล้วนำมาถวาย
นัยยะลี้ลับ: เชื่อกันว่าพลอยแต่ละเม็ดมี "จิตวิญญาณ" ของคนขุดติดมาด้วย การนำมาประดับไว้ที่องค์พระแม่คือการสยบพลังธรรมชาติและเปลี่ยนให้เป็นพลังแห่งการคุ้มครอง เมืองจันทบุรีจึงกลายเป็นเมืองที่ร่มเย็นและเจริญรุ่งเรืองจากการค้าพลอยนับแต่นั้นมา
3. "สุสานใต้แท่นบูชา" (The Crypt)
ความลี้ลับที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ภายใต้พื้นโบสถ์ บริเวณใกล้แท่นบูชา
เรื่องเล่า: ตามธรรมเนียมของอาสนวิหารโบราณ บริเวณใต้โบสถ์จะเป็นที่ฝังร่างของพระสังฆราชและบาทหลวงผู้มีคุณูปการต่อวัดในอดีต
บรรยากาศ: แม้จะไม่มีเรื่องผีสางน่ากลัวแบบไทยๆ แต่ผู้ที่เข้าไปสวดมนต์ในช่วงค่ำคืนมักจะบอกว่ารู้สึกถึง "พลังงานที่สงบนิ่งและหนักแน่น" เหมือนมีผู้คอยเฝ้ามองและดูแลโบสถ์แห่งนี้อยู่ตลอดเวลา
4. ตำนานการย้ายถิ่นฐาน "ผู้ลี้ภัยสายเลือดนักสู้"
โบสถ์นี้เริ่มจากชาวเวียดนามที่หนีการเบียดเบียนศาสนามาลงเรือมาขึ้นฝั่งที่จันท์
ความเชื่อ: เล่ากันว่าในสมัยก่อน การสร้างโบสถ์ในต่างแดนท่ามกลางความขัดแย้งเป็นเรื่องยากมาก แต่มีเรื่องเล่าว่าทุกครั้งที่มีอุปสรรค จะมี "บุคคลปริศนา" หรือเหตุการณ์บังเอิญที่ทำให้การสร้างโบสถ์ดำเนินต่อไปได้เสมอ จนกลายเป็นโบสถ์ที่สวยที่สุดในไทยในปัจจุบัน
มุมมองของผม: ความลี้ลับของโบสถ์นี้ไม่ได้มาในรูปแบบ "ความสยองขวัญ" เหมือนวัดปิตุลาฯ ครับ แต่มันคือ "ความศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขาม" ที่ทำให้คนทุกศาสนาที่เดินเข้าไปต้องสำรวมและสัมผัสได้ถึงความขลัง
ถ้าคุณจะไปที่นี่ ผมแนะนำให้ไปช่วงเช้าที่แสงอาทิตย์ส่องทะลุ "กระจกสี" (Stained Glass) เข้ามาครับ บรรยากาศจะเหมือนหลุดไปอยู่ในยุโรปยุคกลางเลยทีเดียว
ขอบคุณบทความและรูปจาก : เอิงเอย
Credit : google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/D9azxLy7JaD
ตำแหน่งที่ตั้ง
110 ตำบล จันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จันทบุรี 22000 ประเทศไทย
นำทาง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนเขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
เข้าสู่ระบบ
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!