รายละเอียดสถานที่
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อุดรธานี
ป่าลึกลับรายละเอียด
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ไม่ได้เป็นแค่แหล่งโบราณคดีที่รวบรวมร่องรอยอารยธรรมมนุษย์หลายยุคสมัยไว้เท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นฉากหลังของ "ตำนานรักอุบากอง" หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "ตำนานนางอุสา-ท้าวบารส" ซึ่งผูกโยงเข้ากับรูปร่างแปลกตาของโขดหินธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์ครับ
1. ตำนานนางอุสา - ท้าวบารส (โศกนาฏกรรมรักต่างเมือง)
ตำนานนี้เล่าถึงการชิงไชยและความรักที่จบลงด้วยความเศร้า โดยมีตัวละครหลักคือ:
นางอุสา: ราชธิดาผู้เลอโฉมของ พญากงพาน เจ้าเมืองพาน
ท้าวบารส: เจ้าชายจากเมืองปะโค
เนื้อเรื่องย่อ:
การกักขัง: พญากงพานหวงลูกสาวมาก จึงสร้างที่พำนักไว้บนโขดหินสูงชันกลางป่า (ปัจจุบันเรียกว่า หอนางอุสา) เพื่อไม่ให้ชายใดพบเห็น
ความรักข้ามขอบฟ้า: ท้าวบารสได้ยินคำร่ำลือเรื่องความงาม จึงดั้นด้นมาจนพบและเกิดความรักต่อกัน แอบลักลอบมาหากันจนพญากงพานจับได้
ศึกสร้างวัด: พญากงพานไม่ต้องการฆ่าท้าวบารสด้วยมือตัวเอง จึงท้าพนัน "แข่งกันสร้างวัด" ใครเสร็จก่อนในหนึ่งวัน (ก่อนดาวเพดานขึ้น) จะเป็นผู้ชนะ หากท้าวบารสแพ้ต้องถูกประหาร
กลอุบายดาวเทียม: ฝ่ายท้าวบารสรู้ว่าสู้แรงคนของพญากงพานไม่ได้ จึงใช้กลอุบายนำโคมไฟไปแขวนไว้บนยอดไม้ พญากงพานเห็นแสงไฟนึกว่าดาวเพดานขึ้นแล้วจึงสั่งหยุดสร้าง ขณะที่ท้าวบารสสร้างต่อจนเสร็จ
จุดจบ: พญากงพานเสียใจจนกระอักเลือดตาย ส่วนนางอุสาตามท้าวบารสไปอยู่เมืองปะโคแต่ถูกกลั่นแกล้งจากมเหสีองค์อื่น จนต้องหนีกลับมาตายที่ภูพระบาท ท้าวบารสตามมาพบศพก็เสียใจจนขาดใจตายตามกันไป
2. ชื่อเรียกสถานที่ตามตำนาน
ความสนุกของการเดินเที่ยวภูพระบาทคือการเห็นโขดหินรูปทรงประหลาดที่มีชื่อเรียกตามตัวละครในเรื่องครับ:
หอนางอุสา: โขดหินรูปทรงคล้ายดอกเห็ด มีห้องด้านบน เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของนางอุสา
คอกม้าท้าวบารส: เพิงหินที่เชื่อว่าเป็นที่เก็บม้าของเจ้าชาย
วัดพ่อตา / วัดลูกเขย: ซากโบราณสถานที่เชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อแข่งขันกันในตำนาน
หีบศพนางอุสา / หีบศพท้าวบารส: โขดหินที่มีลักษณะคล้ายโลงศพ
3. มรดกโลกแห่งใหม่ (UNESCO World Heritage)
นอกเหนือจากตำนานแล้ว ภูพระบาทเพิ่งได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม แห่งล่าสุดของไทย (เมื่อปี 2024) เนื่องจาก:
สีคิ้วปั้นโต: เป็นแหล่งที่แสดงถึงวัฒนธรรม "สีมา" (การวางใบเสมาล้อมรอบโขดหิน) ซึ่งโดดเด่นมากในสมัยทวารวดี
ภาพเขียนสี: มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์กระจายอยู่ตามเพิงหิน บอกเล่าวิถีชีวิตคนเมื่อหลายพันปีก่อน
ข้อแนะนำในการเข้าชม:
เวลาที่เหมาะสม: ควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายคล่อง เพราะต้องเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติ แดดอาจจะร้อนแต่มีร่มไม้ตลอดทางครับ
การเตรียมตัว: รองเท้าผ้าใบสำคัญมาก เพราะพื้นที่บางจุดเป็นลานหินลาดชัน
ขอบคุณบทความและรูปจาก : nukkpidet
Credit : google
Credit : https://travel.trueid.net/detail/j0K7JnXw7EW0
Credit : https://travel.kapook.com/view283066.html
ตำแหน่งที่ตั้ง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!