รายละเอียดสถานที่
ตำหนักเจ้าหลวงภูคา
รายละเอียด
ตำหนักเจ้าหลวงภูคา (หรือศาลเจ้าหลวงพญาภูคา) ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์การสร้างเมืองน่านและราชวงศ์ภูคา โดยมีตำนานที่ทั้งเข้มขลังและน่าอัศจรรย์ดังนี้ครับ
1. ตำนานกำเนิดจาก "ไข่ทองคำ"
ตามตำนานพื้นเมืองเล่าว่า พญาภูคา (หรือพระยาภูคา) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ภูคา มีกำเนิดที่ไม่ธรรมดา
เล่าว่ามีผู้พบไข่ 2 ฟองขนาดใหญ่บนดอยภูคา จึงเก็บมาไว้ในกระทอนุ่นและกระทอฝ้าย ต่อมาไข่ทั้งสองได้ฟักออกมาเป็นเด็กชายหน้าตาน่ารัก 2 คน
คนพี่ชื่อ "เจ้าขุนฟอง" ต่อมาได้ไปสร้างเมืองปัว (วรนคร) ส่วนคนน้องชื่อ "เจ้าขุนจอมธรรม" ไปสร้างเมืองพะเยา (ภูกามยาว)
พญาภูคาจึงถือเป็นบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นต้นกำเนิดของกษัตริย์ที่ปกครองหัวเมืองเหนือในอดีต
2. ผู้อพยพจาก "เงินยาง" สู่ "เมืองย่าง"
ในเชิงประวัติศาสตร์ พญาภูคาและชายา (นางพญาจำปา) ได้นำราษฎรประมาณ 220 คน อพยพมาจากเมืองเงินยาง (เชียงแสน) ลงมาทางใต้จนมาถึงบริเวณห้วยเฮี้ย และได้ฟื้นฟูเมืองร้างขึ้นใหม่จนกลายเป็น "เมืองย่าง" (บริเวณรอยต่ออำเภอปัวและอำเภอเชียงกลางในปัจจุบัน) จนมีความเจริญรุ่งเรืองและมีสัมพันธไมตรีอันดีกับกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
3. ความเชื่อเรื่อง "ขอทหาร" และความศักดิ์สิทธิ์
ปัจจุบันตำหนักเจ้าหลวงภูคาเป็นที่นับถืออย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องที่เล่าลือกันว่า:
การขอพรเรื่องการรับราชการ: ใครที่อยากสอบเข้าโรงเรียนทหาร ตำรวจ หรือขอให้ได้เลื่อนยศตำแหน่ง มักจะมาบนบานที่นี่ เพราะท่านทรงเป็นกษัตริย์นักรบในอดีต
การเดินทาง: ผู้ที่ต้องขับรถผ่านเส้นทางคดเคี้ยวไปสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มักจะบีบแตรหรือแวะสักการะเพื่อให้การเดินทางราบรื่นปลอดภัย
การแก้บน: สิ่งของที่นิยมนำมาแก้บน ได้แก่ ไก่ชน, หัวหมู, ผลไม้ 9 อย่าง หรือไข่ต้มตามจำนวนที่บนไว้ (บางคนถวายถึง 99 ฟอง)
4. ความเชื่อมโยงกับ "ต้นชมพูภูคา"
ดอยภูคาซึ่งเป็นที่มาของชื่อท่าน ยังเป็นแหล่งกำเนิดของ ต้นชมพูภูคา พรรณไม้หายากที่พบได้เพียงที่เดียวในโลกที่จังหวัดน่าน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าดอกไม้นี้เป็นดอกไม้ที่พระองค์ทรงโปรดและคอยดูแลรักษาอยู่บนยอดเขา
เกร็ดน่ารู้: ทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมจะมีการจัดพิธีบวงสรวงเจ้าหลวงภูคาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและชาวเมืองปัวได้มาร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ครับ
ประวัติศาสตร์ “เมืองน่าน” สมาน สุทำแปง รายงานผ่านสำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดน่าน ระบุถึงเอาไว้ว่า เริ่มปรากฏขึ้นราว พ.ศ.1825 ภายใต้การนำของ “พญาภูคา” และ “นางพญาจำปา” ผู้เป็นชายา
ซึ่งทั้งสองเป็นชาวเมืองเงินยาง ได้เป็นแกนนำพาผู้คนอพยพมาตั้งศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองล่าง ต่อมาเพี้ยนเป็นเมืองย่าง
เชื่อกันว่า...คือบริเวณริมฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่างบริเวณตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว เลยไปถึงลำน้ำบั่ว ใกล้ทิวเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว บ้านทุ่งฆ้อง บ้านลอมกลาง ตำบลยม อำเภอท่าวังผา
เพราะปรากฏร่องรอยชุมชนในสภาพที่เป็นคูน้ำ คันดิน กำแพงเมืองซ้อนกันอยู่ เห็นชัดเจนที่สุด คือบริเวณข้างพระธาตุจอมพริกบ้านเสี้ยว มีกำแพงเมืองปรากฏอยู่ซึ่งเป็นปราการทิศใต้...ป้อมปราการทิศเหนือ
ลักษณะที่ปรากฏเป็นสันกำแพงดินบนยอดดอยม่อนหลวง บ้านลอมกลางเป็นกำแพงเมืองสูงถึง 3 ชั้น ในแต่ละชั้นกว้าง 3 เมตร สูง 5 เมตร ขนานไปกับยอดดอยม่อนหลวง
ต่อมา...พระยาภูคาได้ขยายอาณาเขตปกครองของตนออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยส่งราชบุตรบุญธรรม 2 คนไปสร้างเมืองใหม่ โดยขุนนุ่นผู้พี่ไปสร้างเมืองจันทบุรี (เมืองพระบาง) และขุนฟองผู้น้องสร้างเมืองวรนครหรือเมืองปัว (อำเภอปัว) ในปัจจุบัน
ภายหลังขุนฟองถึงแก่พิราลัย เจ้าเก้าเถื่อนราชบุตรจึงได้ขึ้นครองเมืองปัวแทน ด้านพญาภูคาครองเมืองย่างมานานและมีอายุมากขึ้น มีความประสงค์จะให้เจ้าเก้าเถื่อนผู้หลานมาครองเมืองย่างแทน จึงให้เสนาอำมาตย์ไปเชิญ เจ้าเก้าเถื่อนเกรงใจปู่จึงยอมไปอยู่เมืองย่างและมอบให้ชายา
คือ...“นางพญาแม่ท้าวคำปิน” ดูแลรักษาเมืองปัวแทน
ครั้นเมื่อพญาภูคาถึงแก่พิราลัย เจ้าเก้าเถื่อนจึงครองเมืองย่างแทน ในช่วงที่เมืองปัวว่างจากผู้นำเนื่องจากเจ้าเก้าเถื่อนไปครองเมืองย่างแทนปู่นั้น พญางำเมืองเจ้าผู้ครองเมืองพะเยาจึงได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองบ้านเมือง ในเขตเมืองน่านทั้งหมด
นางพญาแม่ท้าวคำปิน พร้อมด้วยบุตรในครรภ์ได้หลบหนีไปอยู่บ้านห้วยแร้ง จนคลอดได้บุตรชายชื่อว่าเจ้าขุนใส เติบใหญ่ได้เป็นขุนนางรับใช้พญางำเมืองจนเป็นที่โปรดปราน...
พญางำเมืองจึงสถาปนาให้เป็นเจ้าขุนใสยศ ครองเมืองปราด
ภายหลังมีกำลังพลมากขึ้นจึงยกทัพมาต่อสู้จนหลุดพ้นจากอำนาจเมืองพะเยา และได้รับการ สถาปนาเป็นพญาผานอง ขึ้นครองเมืองปัวอย่างอิสระระหว่างปี 1865-1894 รวม 30 ปี จึงพิราลัย
การทำพิธีบวงสรวง “ศาลเจ้าหลวงภูคา” แต่ละครั้งมีประชาชนจำนวนมาก ทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัด ต่างได้พร้อมใจกันนำสิ่งของมาบวงสรวง เพื่อเป็นการทดแทนพระคุณ โดยเฉพาะผู้คนในต่างจังหวัดที่ได้มีโอกาสมาสักการะขอพร ต่างก็บนบานศาลกล่าว ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง สมคำปรารถน
Credit: Google
Credit : https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2062623
ตำแหน่งที่ตั้ง
เจ้าของสถานที่
เขียนรีวิว
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของคุณกับชุมชน
รีวิวจากผู้เยี่ยมชม
ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวสถานที่นี้!